คืบหน้าตบหน้าสาวไม่เปิดไฟเลี้ยว หนุ่มยืนยันไม่ได้ตบ

จากกรณีโลกออนไลน์ได้มีการแชร์วีดีโอภาพเหตุการณ์ที่ระบุว่า ชายอ้างตัวเป็นนายทหารตบหน้าสาวขับรถยนต์ฮอนด้า อ้างไม่พอใจที่ขับรถไม่เปิดไฟเลี้ยว ผู้สื่อข่าวได้ตรวจสอบกระทั่งได้พบกับ นางสาววนิดา อายุ 32 ปี ที่ได้เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.คงกระพัน วังคำกฤษทรัพย์ สว.(สอบสวน) สภ.ท่าลี่ จ.เลย ในข้อหาทำร้ายร่างกาย และได้ทราบภายหลังว่าคู่กรณีเป็นข้าราชการทหารอากาศ กองบิน 23 จังหวัดอุดรธานี แต่ไม่ทราบยศและตำแหน่ง

ล่าสุดนางสาววนิดา ผู้เสียหาย ได้พาผู้สื่อข่าวชี้จุดที่เกิดเหตุบริเวณหน้าตลาดสด ทต.ท่าลี่ อ.ท่าลี่ จ.เลย ห่างจาก อ.ท่าลี่ และ สภ.ท่าลี่ประมาณ 100 เมตร พร้อมบอกว่า ในขณะที่เกิดเรื่องตนก็พยายามขอโทษชายดังกล่าว แต่ก็ไม่รับฟัง พร้อมต่อว่าตน ทำให้หยิบมือถือขึ้นมาเพื่อบันทึกภาพ แต่ชายดังกล่าวกลับไม่พอใจเข้ามาตบหน้า ทำให้มือถือกระเด็นตก เมื่อหยิบขึ้นมาอีกก็โดนตบอีกครั้ง จนญาติที่นั่งอยู่ในรถได้ลงมาขอให้คนช่วยเหลือตน จากนั้นตนได้ลงจากรถเพื่อเดินไปที่โรงพักที่อยู่ใกล้ๆ ชายดังกล่าวก็ยังตามมาด่าอีก อยากถามว่า พี่ทำรุนแรงเกินไปเปล่า หนูก็ขอโทษพี่ไปแล้ว พ่อแม่เลี้ยงหนูมาก็ไม่เคยตบตีเลย ส่วนจะมาขอโทษถ้าสำนักผิดจริงๆ ก็พร้อมที่จะให้อภัย

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวยังได้ติดต่อทางโทรศัพท์ไปยังชายที่อ้างเป็นนายทหาร เบื้องต้นทราบชื่อคือ นายพลกฤษ เป็นข้าราชการทหารไม่ทราบยศและตำแหน่ง โดยเจ้าตัวเปิดเผยว่า วันเกิดเหตุเห็นน้องผู้หญิงขับรถออกมาไม่เปิดไฟเลี้ยว ตนขับรถตามหลังมาเกือบชนเข้า จึงได้จอดรถประกบข้างสอบถามว่าน้องขับรถอย่างนี้พร้อมตักเตือนไป แต่ปรากฏว่าน้องก็หยิบเอามือถือมาถ่ายวีดีโอ จึงบอกว่าอย่าถ่าย ทำให้ตนปัดไม่ให้ถ่ายไป 2 ครั้ง โดยไม่ได้ตบหน้าอย่างที่เป็นข่าว พร้อมยืนยันไม่ได้ตบหน้าน้องผู้หญิงตามที่ถูกกล่าวอ้าง ส่วนที่ระบุว่า ตนอ้างว่าเป็นนายทหารใหญ่นั้นก็ไม่เป็นความจริง น้องเป็นคนพูดเองคิดเอง แถมน้องยังขู่แฟนผมว่าจะเอาคลิปไปเผยแพร่ แค่ลงไปเตือนน้องอย่าขับรถแบบนี้ ถึงกับต้องเอามือถือมาถ่ายคลิป

ผู้สื่อข่าวยังได้สอบถามไปยัง พ.ต.ท.คงกระพัน วังคำกฤษทรัพย์ พงส.เจ้าของคดี ซึ้งอยู่ระหว่างสอบปากคำผู้เสียหาย เปิดเผยว่า วันนี้ได้เรียกผู้เสียหายมาสอบถาม เพื่อหาหลักฐานเพิ่มเพื่อแจ้งข้อกล่าวหานายพลกฤษ จันทะภา ข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่น โดยจะออกหมายเรียกไปรับทราบข้อกล่าวหา แต่ถ้า นายพลกฤษ เป็นข้าราชการทหารตามที่อ้าง ก็ต้องประสานไปยังต้นสังกัดเพื่อให้ส่งตัวมารับข้อกล่าวหาต่อไป. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ sanook